วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ความรู้ เทคนิคการล้าง และเช็ดรถ โดย Asn Broker,การประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง

ความรู้ เทคนิคการล้าง และเช็ดรถ โดย Asn Broker,การประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง

ความรู้ เทคนิคการล้าง และเช็ดรถ โดย Asn Broker,การประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง


สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกๆท่าน หลังจากมาพูดคุยเรื่องล้อแม็ก ล้อ และยาง ทั้ง 2 ภาค (ล้อแม็ก ภาค 1 , ล้อแม็กภาค 2) กันไปแล้ว วันนี้กระผมนาย Asn Broker จะมาแนะนำวิธีอาบน้ำให้รถคันน้อยๆ ที่รักยิ่งของท่านผู้อ่านกันครับ
อันว่า รถใครใครก็รัก และก็ย่อมอยากให้รถของเรามีสีที่สวย สะอาดเป็นเงาตลอดเวลา แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เราต้องเอารถออกมาใช้งานก็อาจเจอกับฝุ่นละออง และบางทีอาจจะโดนสเก็ตก้อนหินที่กระเด็นมาโดนเวลาขับรถ หรือบางครั้งก็ขับไปลงน้ำโคลนที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นเรามาดูวิธีการล้างรถที่ถูกวิธีกันนะครับ และการที่รถสกปรก หรือมีผลต่อสีรถอันแสนสวยของคุณเกิดขึ้นได้จากต้นเหตุหลายประการ ดังนั้น ควรจะหลีกเลี่ยงหรือป้องกันไว้ก่อนจะเป็นการดี
วิธีการล้างรถที่ถูกวิธี
ปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อสี และตัวถัง
- ฝุ่นและสิ่งสกปรกบนท้องถนน เช่น เขม่า แมลง มูลนก สารประกอบประเภทด่าง ยางไม้ และสารเคมีต่าง ๆ ซึ่งสามารถทำลายสีรถได้ถ้าปล่อยทิ้งไว้
- ฝุ่นควันในย่านโรงงานอุตสาหกรรมก็เป็น "ตัวร้าย" ทำลายสีรถได้เช่นกัน ยิ่งมีสารประกอบประเภทซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งบางทีเค้าเรียกกันว่า "ฝนกรด" นี่แหละเป็นตัวทำลายสีรถได้ดีนัก
- เขตชายฝั่งทะเลซึ่งมีความชื้นและไอเกลือผสมปะปนอยู่ในบรรยากาศ รถบริเวณนั้นออกจะโชคไม่ดีสักหน่อยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
- ภูมิอากาศแถบร้อน เช่น แสงอาทิตย์ที่ร้อนแรงมาก อากาศที่มีความชื้นสูง รถที่มีสีอ่อนสามารถเกิดความร้อน 80 องศาเซลเซียส และรถที่มีสีทึบสามารถเกิดความร้อนถึง 120 องศาเซลเซียส ถ้าจอดทิ้งไว้กลางแดดนาน ๆ อาจทำให้สีเริ่มแตกได้โดยเฉพาะพื้นที่รับแสงอาทิตย์เต็ม ๆ เช่น บริเวณหลังคาและฝากระโปรงรถ
- กรวดทรายบนท้องถนนอาจทำให้พื้นผิวของสีถลอก ซึ่งจะทำให้เกิดสนิมตามบริเวณบังโคลน
สิ่งน่ารู้ของการรักษาสีรถ
การล้างรถบ่อยๆ ทำให้สีตัวรถดูสดใสตลอดเวลาและไม่ปล่อยโอกาสให้บรรดา "ตัวบ่อนทำลาย" ทั้งหลายได้มีเวลาเกาะอยู่ตามสีนานจนเกินไป แต่ทั้งนี้การล้างรถควรจะต้องคำนึงถึงการปฏิบัติอย่างถูกวิธีด้วย ประเภทสักแต่ว่าล้าง หรือ "ล้างลูกเดียว" ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเด็กปั๊ม หรือเวลาล้างพวกรถแท็กซี่ที่มุ่งปริมาณ มากกว่าคุณภาพอย่าล้างรถท่ามกลางแสงแดดร้อนจัด ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องจอดรถทิ้งไว้กลางแสงแดดหรือเพิ่งเสร็จสิ้นจากการเดินทาง ความร้อนที่ฝากระโปรงยังมีอยู่ควรปล่อยทิ้งไว้สักระยะหนึ่ง จนกระทั่งผิวรถเย็นจึงค่อยจัดการล้างทำความสะอาด
การล้างรถ
- ควรล้างรถสัปดาห์ละครั้ง หรือเมื่อสีเริ่มสกปรก
- ล้างน้ำมันเบนซิน น้ำมันเครื่อง จาระบี หรือน้ำมันเบรกออกทันทีเมื่อเปื้อนสีรถ แม้ว่าสีรถนั้นจะเป็นยี่ห้อพิเศษที่ทนน้ำมันเบรกทนไฟก็ตาม
- ควรขจัดแมลงที่ติดตามตัวถังก่อนที่จะทำการล้างรถ
- ควรทำความสะอาดตามขอบประตู ฝากระโปรงหน้า-หลังอย่างทั่วถึง
- ในช่วงฤดูฝนควรทำความสะอาดค่อนข้างบ่อย อย่าไปคิดว่าเดี๋ยวฝนตกรถก็เปรอะเปื้อนอีก เนื่องจากโคลนที่เกาะตามตัวถังเมื่อเพิ่มจำนวนขึ้นจะทำให้ล้างยากและเป็น อันตรายกับสีรถ
- ควรดูดฝุ่นภายในรถด้วย
- ในการล้างรถขั้นแรก ควรใช้น้ำฉีดล้างสิ่งสกปรกให้ละลายเสียก่อน หรือใช้น้ำเปล่าราดโชกตลอดทั่วทั้งคัน จากนั้นใช้ฟองน้ำหรือผ้านุ่มเช็ดถูเบา ๆ อย่าถูแบบกดแรง ๆ หรือซ้ำซากในที่เดียวถ้าใช้ฉีดล้างก็ควรฉีดเบา ๆ
 -เริ่มทำความสะอาด จากด้านบนก่อนโดยเริ่มจากหลังคาลงมายังส่วนฝากระโปรงรถ สำหรับส่วนล่างของรถหรือล้อควรล้างในขั้นสุดท้าย และอย่าลืมฟองน้ำที่ใช้สำหรับส่วนล่างต่างหาก อย่าใช้ปะปนกับอันที่ใช้ล้างตัวรถ
- ถ้าใช้พวกแชมพูในการล้างด้วย ต้องล้างน้ำสะอาดธรรมดาอีกครั้งหลังจากใช้แชมพูแล้วและอย่าใช้ผงซักฟอกล้างรถเป็นอันขาด
- เช็ดรถให้แห้งด้วยผ้าชามัวส์หรือผ้านุ่มสะอาด ตรวจดูให้ทั่วอย่าให้มีหยดน้ำหลงเหลืออยู่บนตัวรถ มิฉะนั้นเวลาแห้งมันจะทิ้งรอยคราบขาว ๆ เอาไว้ ยิ่งเป็นรถที่มีสีทึบจะเห็นได้อย่างชัดเจน
- รอยสกปรกที่ยังตกค้างอยู่บนพื้นผิวสี ควรเช็ดออกด้วยน้ำยาทำความสะอาดทันทีหลังจากล้างรถแล้วเบรกอาจจะเปียกชื้น เพื่อให้เกิดความแน่ใจก่อนออกรถทุกครั้งภายหลังการล้างรถ ควรเหยียบห้ามล้อย้ำสักครั้งสองครั้งเพื่อไล่ความชื้นบนผ้าเบรก ซึ่งอาจเปียกน้ำให้หมดไป

ข้อควรรู้ >> หลังจากล้างรถเสร็จใหม่ๆ ไม่ควรดึงเบรกมือ เพราะอาจจะยังมีน้ำเกาะอยู่ที่จานเบรก (ตอนล้างล้อ) ทำให้เกิดอาการ "เบรกติด" ได้

ล้างกระจกหน้าต่าง
หน้าต่างรถด้านนอกสามารถจะใช้แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาล้างกระจกล้างทำความสะอาด ได้ แต่ด้านในของกระจกที่มีวงจรไฟฟ้าติดตั้งอยู่ (เช่นแผงไล่ฝ้าติดตั้งกระจกหลังที่ป้องกันมิให้เกิดฝ้าจากการเกาะตัวของไอ น้ำในขณะฝนตกหรืออากาศเย็นจัด) ไม่ควรเช็ดล้างแบบเปียก ควรใช้วิธีการปัดทำความสะอาดเท่านั้น อย่าใช้น้ำยาล้างที่มีส่วนผสมของสารประเภทซิลิโคนเป็นอันขาด และไม่ควรใช้ยาขัดใดๆ ซึ่งอาจทำให้แผงเส้นลวดชำรุดได้สำหรับใบปัดน้ำฝนส่วนที่เป็นยาง ควรล้างด้วยน้ำสบู่ ระวังอย่าถูกดแรง ๆ จนทำให้ใบปัดเสียรูปทรง หรือขอบยางบิดเบี้ยว
การทำความสะอาดตัวรถ
ตัวถังรถยนต์จะได้รับการเคลือบสีไว้เป็นอย่างดี ถ้าการทำความสะอาดนั้นทำผิดวิธีจะทำให้สีที่เคลือบไว้เสียหาย เช่น เกิดการด่าง การลอกร้าวของสี ดังนั้นเราต้องทำความสะอาดให้ถูกวิธีคือฝุ่น หรือโคลนติดที่ตัวถังรถ สิ่งเหล่านี้จะดูดความชื้นได้ง่าย จะทำให้ผิวของสีเสื่อม ขาดความเป็นเงามัน สีจะซีดจางเกิดความแตกร้าวได้ง่าย ถ้ามีฝุ่นจับที่ไม่สกปรกเกินไปก็ใช้ไม้ขนไก่ปัดทุกวันก็พอเมื่อไม้ ขนไก่ไม่สามารถทำความสะอาดที่ตัวถังรถได้เพียงพอให้ใช้ผ้าอ่อน ๆ ชุบน้ำเช็ดอย่างระมัดระวัง เพราะฝุ่นนั้นจะมีละอองหินหรือสิ่งที่แข็งติดอยู่ ถ้าเช็ดแรง ๆ สีที่เคลือบไว้จะเป็นรอยขีดข่วนควรทำความสะอาดที่ปัดน้ำฝนด้วยถ้ามีโคลนจับเพราะจะทำให้กระจกเป็นรอยได้

เคล็ดลับง่ายๆ ของการล้างรถให้สะอาด ไม่เกิดรอย และไม่ทำลายสีรถ
1. เริ่มจากฉีดน้ำครับ ฉีดน้ำให้แรงที่สุด เพื่อให้คราบฝุ่น ขี้ดิน และสิ่งสกปรกต่างๆ หลุดออกจากตัวรถให้มากที่สุด
2. ล้างด้วยน้ำเปล่าก็สะอาดเพียงพอแล้ว แต่อาจต้องใช้แรงในการขัดถูมากหน่อย ถ้าอยากให้ล้างง่ายขึ้น สะอาดใสปิ๊ง ก็ให้ใช้แชมพูล้างรถร่วมด้วยครับ
3. รถก็เหมือนบ้าน เวลาทำความสะอาดต้องเริ่มจากด้านบนก่อน ค่อยๆ ล้างจากส่วนบน ลงล่าง
4. ใช้ผ้านุ่ม ๆ เช่น ผ้าสำลี ล้างรถ ไม่ควรใช้ฟองน้ำ เพราะเม็ดทรายหรือฝุ่นจะติดอยู่ในรูพรุนของฟองน้ำ เมื่อถูไปกับผิวสีรถ จะทำให้เกิดรอยขีดข่วน และถ้าทำได้ควรจะนำผ้าไปแช่น้ำไว้ก่อน ยิ่งถ้าใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มด้วยจะดีมาก ในขณะที่ล้างรถก็ต้องหมั่นซักและขยี้ผ้าด้วย
5. โดยทั่วไปส่วนบนของรถจะมีฝุ่นน้อย ในขณะที่ด้านล่างจะสกปรกและมีฝุ่นมาก จึงขอแนะนำให้แยกใช้ผ้า 3 ผืน ผืนแรกใช้สำหรับล้างส่วนบน หลังคา ฝากระโปรงหน้า ฝากระโปรงหลัง และกระจกรถทั้งหมด ผืนที่สอง ใช้ล้างด้านล่างของตัวรถ ตั้งแต่ขอบกระจกด้านล่างลงมา ผืนสุดท้าย ใช้สำหรับทำความสะอาดล้อ และส่วนอื่นที่สกปรกมาก
6. ฉีดน้ำไล่แชมพูออกให้หมด และ ใช้ผ้าแห้งนุ่มๆ เช็ดรถให้แห้งทันที จะได้ไม่มีฝุ่นเกาะและไม่เกิดคราบน้ำบนผิวสีรถ

ล้างแล้วเช็ด
1. ควรใช้ผ้านุ่ม ๆ ในการเช็ดรถ เนื่องจากผ้าเหล่านี้จะไม่ทำให้รถเป็นรอย การเช็ดรถที่ถูกต้องก็เหมือนกับการล้าง คือควรเช็ดจากด้านบนไล่ลงมาด้านล่างของรถ เพื่อให้น้ำหยดลงด้านล่างให้หมด จะได้ไม่ต้องทำงานสองต่อ
2. ส่วนของรถที่ต้องระวัง คือ ด้านในขอบประตูทั้งหมด ด้านในกระโปรงหลัง ด้านในฝาถังน้ำมัน กระจกหน้ารถ ควรเช็ดให้แห้งที่สุด อย่ามองข้ามเป็นอันขาด
3. ล้อแม็กซ์ ก็ควรจะเช็ดให้แห้งด้วย เพราะถ้าไม่เช็ดจะเกิดเป็นคราบน้ำขึ้น ถ้าปล่อยไว้นาน ๆ คราบน้ำเหล่านั้นจะเช็ดออกยากจนถึงเช็ดไม่ออกเลย

ข้อควรรู้ในการล้างรถ
1. ไม่ควรล้างรถเองในตอนเย็น เพราะหากล้างแล้วจอดทิ้งไว้อาจทำให้เกิดสนิมในจุดที่เราเช็ดไม่แห้ง เว้นเสียแต่ว่าคุณจะมีเครื่องเป่าน้ำให้แห้ง หรือไม่ก็ต้องยอมเปลืองน้ำมันเอารถออกไปขับไกล ๆ ให้ลมช่วยทำให้ทุกซอยทุกมุมแห้งสนิท วิธีนี้คุณผู้ชายอาจใช้เป็นข้ออ้างในการออกจากบ้านตอนเย็นๆ ได้นะครับ ไม่ว่ากัน
2. ไม่ควรล้างรถกลางแดด เพราะนอกจากคนล้างอาจไม่สบายได้แล้ว แสงแดดจะทำให้น้ำแห้งเร็วจนเช็ดไม่ทัน ซึ่งอาจทำให้เกิดคราบน้ำบนผิวสีรถได้ครับ
3. ไม่ควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดรถแทนการล้างรถ เพราะจะเป็นการทำลายสภาพสี ผงฝุ่นต่างๆ ที่ติดบนผ้าจะทำให้เกิดรอยขนแมวยิ่งเช็ดรถมากครั้งขึ้นเท่าไหร่ การเกิดรอยก็จะมากขึ้นตามไปด้วย
4. ไม่ควรใช้ไม้ขนไก่ หรือแปรงปัดฝุ่นทุกชนิด ปัดฝุ่นเพื่อทำความสะอาด เพราะมันเหมือนกับการใช้กระดาษทรายเช็ดรถเลยทีเดียว ในขณะที่ปัดฝุ่น ไม้ปัดฝุ่นจะลากถูฝุ่นหรือเม็ดทรายไปตามผิวสีรถ ทำให้เกิดริ้วรอยได้ครับ
เมื่อเราล้างรถ เช็ดรถสะอาดแล้ว มาดูการทำให้รถลูกรักของเราเงางามวับๆ กันดีกว่าครับ
ก่อนอื่นขอพูดเรื่องน้ำยาก่อนนิดนึงนะครับ
น้ำยาที่เป็น wax แบ่งเป็น 3 ประเภท  คือ

1. แบบคานูบ้า พวกนี้จะให้ความเงางามสุดๆ ดั่งแก้วกระจก แต่ข้อเสียคือไม่เหมาะกะเมืองไทย เพราะมันหลุดเร็ว
อากาศบ้านเราเดี๋ยวร้องเดี๋ยวฝน เดี๋ยวล้าง 3 วันก็หลุดหมดแล้ว แต่ดีกับรถที่จอดอยู่ในที่เก็บไม่ค่อยได้ใช้
หรืออาทิตย์นึง ออกไปหนเดี่ยว หรือมีเวลาเคลือบ 3 วันครั้งคับ โดยจะ แบ่งเป็น ผสมน้ำ และผสม น้ำมัน(ไว้จะพูดถึงอีกทีนะคับ)
2. แบบซิลเซติก หรือเราเรียวกว่าสังเคราะห์ นำ้ยาประเภทนี้จะ เงาไม่เท่าคานูบ้า แต่ทนทานรักษาสีรถได้ดี
เหมาะกับรถสี สดๆ สีขาว แบ่งเป็น น้ำ กะ นำ้มันเช่นกัน
3. แบบขี้ผึ้ง เห็นได้ตาคลองถม อันนี้ไม่แนะนำให้ใช้ไม่ว่าจะแบบไหนๆก็ตาม เพราะ ลงยาก(อาจทำให้รถมีรอย)
ขัดออกยาก เงาแค่ 2-3 วัน คือเป็นคานูบา แบบนึงคับ
ส่วนผสม ที่เป็นนำ้มัน ข้อดี คือมันเงาคับ แต่ลงแล้วเช็ดยากมากๆ และเวลาทำรถต้องแห้งสนิท ถ้าบ้านไม่มีเครื่องเป่าลมก็ เละแน่ๆ เพราะมันจะทำให้รถเป็นรอยน้ำ ดำๆ ด่างๆ
 
ส่วนผสมที่เป็น น้ำ้ อันนี้ดีครับส่วนตัวผมชอบนะ เช็ดออกง่าย รถมีรอยน้ำนิดหน่อย หรืออาจจะไม่มีเลยถ้าลงดีๆ

การลง Wax ด้วยมือ เตรียมอุปกรณ์ดังนี้
1. wax
.2 ฟองน้ำกลม (เนื้อต้องละเอียดมากๆ ขอเป็นอย่างดีนะคับ อย่าไปเอาอันละ 10 บาทมา)ให้ไปขอซื้อจากคาร์แคร์
ดีๆไปเลย ราคา 50-100 บาทใช้กันจนตายยังไม่พัง
3. ผ้าไมโครไฟเบอร์เกรด A ซัก 2 ผืน (อันนี้ก็ขอ A แท้ๆนะคับ เพราะตามห้าง ตามคลองถม บอกว่า A มันไม่ใช่
ข้อแต่กต่างก็ดูยากมากๆ ขนาดในห้างผืนละ เป็นพันยังแค่ B เลย แนะนำให้ซื้อจากคาร์แคร์ พรีเมี่ยม เท่านั้น
เพราะเซลล์ขายในห้างมันสักแต่ขาย อย่าไปเชื่อมันมากคับ ที่บ่นเพราะเพื่อนโดนหลอกมาหลายคนแล้ว ไม่อยากให้โดนกันครับ) 
4. พื้นที่ทำงาน ที่ร่ม มีไฟส่องให้เห็นรถทั้งคัน ห้ามทำกลางแดดนะคับ


เตรียมอุปกรณ์กันครบแล้ว ก็มีวิธีการ ขั้นตอนลง Wax ดังนี้นะครับ

1. ล้างรถให้สะอาด (ต้องล้างรถก่อนทำทุกครั้งนะคับไม่งันฝุน ทราย จะติดบนสีผิว เคลือบไปละ ซวยแน่ๆ และต้องทำหลังจากล้างนะคับไม่ใช่ล้างเช้า แล้วมา wax ตอนเย็น)
2. ทำให้รถแห้งที่สุดเท่าที่ทำได้คับ
3. เอาฟองน้ำ บีบน้ำยาใส่ ไม่ต้องมาก บีบเป็นวงกลม 3 วงซ้อนกันเหมือนก้นหอยคับ เสร็จแล้ว ให้เอามาแปะที่ตัวรถ โดยแบ่งเป็นชิ้น เช่น ฝากระโปรง ประตู หลังคา เราจะทำงานเป็นชิ้น อย่าข้ามชิ้นนะคับ และตอนแปะ ให้แปะ ซัก 3 จุด ชิ้นนึงถ้าใหญ่ก็ แบ่งเป็นทีละครึ่งก็ได้ บีบ waxทีนึง ใช้ได้พื้นที่ 4-6 ตารางฟุต จากนั้นวนเบาๆ เป็นก้นหอย ผ่านตามจุดที่แปะไว้คับ ทำไปเรื่อยๆ
4. เมื่อทำเสร็จทั้งคัน ก็พักซักหน่อย 15 นาทีก็ได้ ไม่จำเป็นต้องนานครับ เพราะไม่ใช่ยิ่งนานยิ่งเงา wax แต่ละตัวมีจุดที่ให้การทำงานสูงสุด โดยปรกติ 15-30  นาที นับจากเวลาเริ่มลงชิ้นแรก
5. เช็ดออก ด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ด้านขนสั้น(สำหรับแบบน้ำ) ด้านขนยาว(สำหรับแบบน้ำมัน และขี้ผึ้ง แล้วค่อยเก็บคราบด้วยขนสั้น) ตอนนี้ใครใช้แบบน้ำมันก็เหนื่อยกันเหงื่อหยดเลย

6.  ที่เหลือก็เก็บคราบคับ ต้องเก็บให้หมดนะคับ ไม่งั้นจะเป็นรอบแห้งแข็งๆ ติดที่รถฃ
ใครยังเงาไม่สะใจ ก็ลงซ้ำเรื่อยได้ ผมยังเคยลงวันเดียว 3 รอบในคันเดียว เพราะอยากเงาขอให้เพื่อนๆ มีความสุข กับการล้างรถนะคับ 

รูปด้านบน เงาวับๆ เป็นกระจกเลย อยากให้รถเพื่อนๆ เป็นแบบนี้ กันถ้วนหน้า เลยนะครับ อิอิ ผมหวังว่าบทความนี้ จะพอช่วยแนะนำเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในการล้างรถ และเคลือบเงา เพื่มความ หล่อ สวย ให้ลูกชาย ลูกสาว สุดที่รัก ราคาเรือนแสน กันนะครับ
ครั้งหน้า จะมาคุย มาเขียนเรื่องอะไรต่อ โปรดรอติดตามรับชม และอ่านกันได้ที่นี่เลยนะครับ Asn Broker Blog Ok Nation
ขอขอบคุณ ข้อมูลดีๆจาก molycare.com นะครับ

เผยแพร่เพิ่มโดย Asn Broker

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง Asn Broker Blog ,Asn Broker Blogspot , Asn Broker Exteen , Asn Broker Wikidot , Asn Broker on Wordpress , Asn Broker Journal Blog

ขอฝากกิจกรรม ไว้ด้วยนะครับ  เช็คเบี้ยฟรีวันนี้รับฟรี Voucher ส่วนลดคาร์แคร์

ดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ Asn Broker?Campaign

 

ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันชั้น1,โบรกเกอร์,ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส,ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส,ต่อประกันรถยนต์,broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ,ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์

 

ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันรถยนต์ ชั้น1, ชั้น2พลัส, 3พลัส พรบ. ต่อประกันรถยนต์ จากบริษัท ประกันภัยรถยนต์ ชั้นนำ โดย ASN Broker นายหน้าประกันรถยนต์ ออนไลน์อันดับ 1 ประกันภัยรถยนต์, ประกันรถยนต์ ,ประกันชั้น1, โบรกเกอร์, ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส, ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส, ต่อประกันรถยนต์, broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ, ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์

 


วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การโอนรถ ขั้นตอนแบบละเอียด ทำอย่างไร : #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ประกันภัยรถยนต์

การโอนรถ ขั้นตอนแบบละเอียด ทำอย่างไร : #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ประกันภัยรถยนต์

การโอนรถ ขั้นตอนแบบละเอียด ทำอย่างไร : #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ประกันภัยรถยนต์

สวัสดียามเที่ยงวันพฤหัส อีกแค่วันเดียวทุกท่านก็จะได้หยุดยาวๆ พักผ่อน 3 วันแล้วนะครับ อิอิ ใครเดินทางไปพักผ่อนต่างจังหวัด ก็ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ ช่วงนี้อากาศร้อนมาก ระวังสุขภาพกันหน่อยเน้อ อะ ทักทายกันยาวละ มาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ
วันนี้กระผม นาย Asn Broker จะมานำเสนอวิธีการโอนรถยนต์มาให้ผู้อ่านทุกคนได้ทำความเข้าใจ ว่ามีวิธีการ และขั้นตอนการโอนรถอย่างไร เอกสารที่ใช้ประกอบในการโอน และค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการโอนรถมีอะไรกันบ้าง เชิญทุกท่านอ่านกันได้เลยครับ !!
การโอนรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันชั้น1,โบรกเกอร์,ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส,ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส,ต่อประกันรถยนต์,broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ,ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์
คำจำกัดความ และความหมายตาม พ.ร.บ.รถยนต์ ปี 2522
รถ หมายความว่า รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง รถบดถนน รถแทรกเตอร์ และรถอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
นายทะเบียน หมายความว่า ข้าราชการซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่งตั้งให้เป็นนายทะเบียน
การโอนรถ ตามความหมายพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 17 ที่ผู้โอนและผู้รับโอนมีหน้าที่ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนเฉพาะการโอนกรรมสิทธิ์ในรถและเป็นรถที่จดทะเบียนแล้ว ส่วนการโอนสิทธิครอบครองรถที่จดทะเบียนแล้ว เช่นการเปลี่ยนผู้เช่าซื้อจากคนหนึ่งเป็นอีกคนหนึ่งนั้น ในระบบทะเบียนรถถือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมรายการทางทะเบียนรถโดยการแก้ไขเปลี่ยนในรายการผู้ครอบครอง คือ ผู้เช่าซื้อเท่านั้น
เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง และรับผิดชอบ ระหว่างการโอนรถ
นายทะเบียน : ลงนามในเอกสารการโอนรถ ใบคู่มือจดทะเบียน ได้แก่ หัวหน้าฝ่ายทะเบียนรถ และรายการจดทะเบียนรถ หัวหน้างานทะเบียน หรือผู้ได้รับคำสั่งมอบหมาย
นายช่างตรวจสภาพ : ตรวจสอบ/ตรวจสภาพรถ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน : ตรวจสอบหลักฐานประกอบการโอน, คำนวณภาษีและค่าธรรมเนียมออกใบเสร็จรับเงิน ตรวจสอบก่อนเสนอนายทะเบียนลงนาม
เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล : บันทึกรายการทางทะเบียน
ขั้นตอนทั่วไปในการให้บริการการโอนรถ
1. ใช้แบบคำขอโอน และรับโอน ยื่นคำร้องขอโอนรถ พร้อมหลักฐาน ณ ส่วนทะเบียนรถยนต์
2. นำรถเข้ารับการตรวจสภาพ
3. ชำระเงินค่าธรรมเนียม และเสียภาษีรถ
4. รับใบคู่มือจดทะเบียนรถ
รูปแสดงขั้นตอนการให้บริการ
ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันชั้น1,โบรกเกอร์,ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส,ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส,ต่อประกันรถยนต์,broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ,ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์
รอบระยะเวลามาตรฐานในการให้บริการ เฉลี่ยที่ประมาณ 2 ชั่วโมง หรืออาจจะเร็วกว่านั้น แต่ไม่เกิน 3 ชั่วโมง 30 นาที 
หมายเหตุ
1. เฉพาะรถของประชาชนที่ติดต่อเป็นรายคัน
2. ไม่รวมกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน และกรณีตรวจสภาพรถไม่ผ่าน
อัตราค่าธรรมเนียมใน การโอนรถยนต์
การโอนรถ ตามระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ.2531 กำหนดให้ยื่นคำขอตามแบบคำขอโอนและรับโอนพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามลักษณะการโอนที่จะกล่าวต่อไป โดยมีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ดังนี้
1. ค่าคำขอ 5 บาท**
2. ค่าธรรมเนียมโอน 100 บาท**
3. ค่าอากรแสตมป์ซื้อขายยานพาหนะตามประมวลรัษฎากร (กรณีไม่มีใบกำกับภาษี จึงต้องประเมินราคารถ เพื่อติดอากรแสตมป์) ในอัตราร้อยละ 0.50 บาท ของราคาที่เจ้าหน้าที่ประเมิน เช่น
หากเจ้าหน้าที่ประเมินราคารถ 300,000 บาท จะต้องชำระค่าอากรแสตมป์ เท่ากับ 1,500 บาท
***ค่าตรวจสภาพรถ (ค่าตรวจสอบรถ) ไม่ต้องเรียกเก็บ***
ดังนั้นผมขอสรุปอัตราค่าธรรมเนียมที่กล่าวมาด้านบนว่า
1.ค่าอากร 10,000 ละ 50 บาท(10,000 คือ ราคารถที่เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพที่ขนส่งตีประเมิน แต่ละคันราคาไม่เท่ากัน และจะต่ำกว่าราคาซื้อขายอยู่พอสมควร)
2.**ค่าธรรมเนียมโอน 105 บาท (ค่าคำขอ + ค่าธรรมเนียมการโอน)
***กรณีมีค่าบริการเพิ่มเติมด้านอื่นๆ ก็จะมี***
3.ค่าเปลี่ยนป้ายทะเบียน 200 บาท
4.ค่าเปลี่ยนเล่มทะเบียน 100 บาท(กรณีที่เป็นรถหลายมือ หรือเล่มชำรุด ก็ให้เปลี่ยนเล่มใหม่)
เอกสาร และหลักฐานในการโอนรถ
เอกสารและหลักฐานการโอนรถ ให้ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยหลักฐาน ประกอบคำขอในแต่ละกรณี ดังนี้
1.การโอนกรรมสิทธิ์รถ     1.1 หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ
     1.2 หลักฐานการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น ใบเสร็จรับเงิน สัญญาเช่าซื้อ สัญญาซื้อขายโดยมีเงื่อนไข หรือ สัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน เป็นต้น
     1.3 หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่ ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้ แทนบัตรประจำตัวประชาชน และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล

2.การโอนสิทธิการใช้รถ
    2.1 หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ
    2.2 หลักฐานการถอนรถออกจากบัญชี ขส.บ.11 ของผู้โอน เฉพาะในกรณีที่ผู้โอนมีใบอนุญาตประกอบการขนส่ง
    2.3 หลักฐานการโอนสิทธิการใช้รถ เช่น สัญญาเช่าซื้อ หนังสือโอนสิทธิการเช่าซื้อ สัญญาเข้าร่วมกิจการ หรือหลักฐานการเป็นสมาชิกสหกรณ์เดินรถ ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมกิจการกับสหกรณ์เดินรถ เป็นต้น
    2.4 หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่ ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทน บัตรประจำตัวประชาชน และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

3.การโอนกรรมสิทธิ์และสิทธิการใช้รถ
   3.1 หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ
   3.2 หลักฐานการถอนรถออกจากบัญชี ขส.บ.11 ของผู้โอน เฉพาะในกรณีที่ผู้โอนมีใบอนุญาตประกอบการขนส่ง
   3.3 หลักฐานการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น ใบเสร็จรับเงิน สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน เป็นต้น
   3.4 หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่ ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้ แทนบัตรประจำตัวประชาชน และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
4.การโอนรถโดยการรับมรดก หรือโดยศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก
   4.1 หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ
   4.2 สำเนาหรือภาพถ่ายใบมรณบัตรของเจ้าของรถซึ่งเป็นเจ้ามรดก แล้วแต่กรณี
   4.3 หลักฐานประจำตัวผู้รับมรดก และหรือผู้จัดการมรดก ได้แก่ ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือ บัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือ รับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

5.การโอนรถโดยการรับมรดกที่ไม่มีพินัยกรรม และไม่มีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก 
   5.1 หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ
   5.2 สำเนาใบมรณบัตรของเจ้าของรถซึ่งเป็นเจ้ามรดก
   5.3 หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่ ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นซึ่งใช้ แทนบัตรประจำตัวประชาชน และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

6.การโอนรถโดยคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย
   6.1 หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ
   6.2 คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล หรือหนังสือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายให้โอนรถให้กับ ผู้รับโอน พร้อมทั้งรายละเอียดของรถคันดังกล่าว
   6.3 หลักฐานประจำตัวผู้รับโอน ได้แก่ ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
   เมื่อได้รับคำขอ (ยกเว้นการโอนรถโดยการรับมรดกที่ไม่มีพินัยกรรม และไม่มีคำสั่งศาล แต่งตั้งผู้จัดการมรดก) และได้ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้
   1. ตรวจสอบการบรรจุรถในบัญชี ขส.บ.11
   2. ตรวจสอบว่าผู้โอนได้รับอนุญาตให้ถอนรถออกจากบัญชี ขส.บ.11 แล้วหรือไม่ หากปรากฎว่ายังมิได้ ถอนรถ ก็ให้ดำเนินการให้เรียบร้อยเสียก่อน
   3. (ก) ออกหนังสือนำรถไปตรวจสอบ (ออก ทก.1) พร้อมประเมินราคารถ เพื่อเสียอากรตามประมวลรัษฎากร
(ข) ออกหนังสือนำรถไปตรวจสอบ (ออก ทภ.1) สำหรับกรณีการโอนรถ โดยไม่มีค่าตอบแทนหรือผู้โอน อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ต้องประเมินราคารถเพื่อเสียอากรตามประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด
   4. ตรวจสอบรถ
   5. ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอ พร้อมทั้งตรวจสอบการลงลายมือชื่อของผู้ประกอบการขนส่ง หรือ เจ้าของรถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ ผลการตรวจสอบรถและการเสียอากรตามประมวลรัษฎากร (ถ้ามี) เมื่อเห็นว่าถูกต้องแล้ว ให้จัดเก็บค่าธรรมเนียมการโอน
   6. บันทึกรายการโอนรถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ สำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ และ ออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี (กรณีเปลี่ยนชื่อผู้ประกอบการขนส่ง) เสนอนายทะเบียนลงนาม
   7. จ่ายหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ และเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี (กรณีเปลี่ยนชื่อ ผู้ประกอบการขนส่ง)
การโอนรถโดยการรับมรดกที่ไม่มีพินัยกรรม และไม่มีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก เมื่อได้รับคำขอโอนและได้ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้
1. จัดทำหนังสือไปถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือพนักงานสอบสวนท้องที่ตามภูมิลำเนาของเจ้ามรดก เพื่อขอความร่วมมือให้สอบปากคำบรรดาทายาทของเจ้ามรดก พร้อมทั้งขอให้ดำเนินการประกาศรับโอน มรดกนั้นด้วย ถ้าปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ดังกล่าวไม่อาจดำเนินการสอบปากคำบรรดาทายาท และประกาศรับ
มรดกตามที่ขอความร่วมมือไปได้ ให้นายทะเบียนแจ้งผู้รับโอนนั้นไปยื่นคำร้องต่อศาลให้มีการแต่งตั้ง ผู้จัดการมรดก แล้วนำคำสั่งศาลมาเป็นหลักฐานประกอบการโอนรถ โดยให้ดำเนินการเช่นเดียวกับการ โอนรถโดยศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก
2. เมื่อได้รับแจ้งผลการดำเนินการตามข้อ 1 แล้ว ให้ดำเนินการตามขั้นตอนเดียวกับการโอนรถ
หมายเหตุ ในการโอนรถ ผู้โอนและผู้รับโอนต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันโอน (วันซื้อ-ขาย) ในกรณีไม่แจ้งภายในกำหนด ต้องเสียค่าปรับตามอัตราที่กำหนดไว้ก่อน
เรื่องหลักฐาน และเอกสารการโอน ถ้าจะลงสาระสำคัญตามกฎหมายจริงๆ มันค่อนข้างเยอะมาก ผู้สนใจอ่านจริงๆ ผมได้แนบไฟล์ PDF ให้แล้วด้านล่างบทความนี้นะครับ Download ไปอ่านได้เลยครับ หรือ กดที่นี่ เพื่อเข้าไปอ่านผ่านระบบ Document Online นะครับ
ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันชั้น1,โบรกเกอร์,ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส,ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส,ต่อประกันรถยนต์,broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ,ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์

มีอีกคำหนึ่ง ที่ผู้อ่านทุกท่านเคยได้ยินคือคำว่า "โอนลอย" ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมกำลังจะพูดถึง เรามาดูกันนะครับว่ามันคืออะไร และมีผลดี ผลเสียอย่างไร
การโอนลอย
โอนลอย คือ การที่ผู้ขายรถ ทำการขายรถโดยส่งมอบรถให้ผู้ซื้อ พร้อมมอบแบบ "คำขอโอน และรับโอนรถ" ที่ได้ ทำการลงลายมือชื่อในช่องผู้โอน(โดยไม่กรอกรายละเอียดอะไร) แล้วมอบให้ผู้ซื้อไป พร้อมกับเอกสารอื่นของผู้ขาย คือ เล่มทะเบียน ,สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขาย และหนังสือมอบอำนาจที่ผู้ขายลงลายมือชื่อไว้(โดยไม่กรอกรายละเอียดอะไร) โดยไม่ไปจดทะเบียนโอนที่สำนักงานขนส่งแต่อย่างใด จึงไม่ถือว่าเป็นการโอนตามความหมายของทางราชการแต่อย่างใด
ผลดีของการโอนลอย
1.สะดวกเหมาะกับการซื้อขายในธุรกิจซื้อขายรถยนต์มือสอง เพราะสามารถถือเอกสารไว้รอใครที่มาซื้อรถ ก็สามารถส่งรถ-ส่งเอกสารต่อไปให้คนที่ซื้อได้เลย
2.สามารถเปลี่ยนตัวผู้รับโอนได้เสมอ
ผลเสียของการโอนลอย
1.หากบัตรประชาชนของผู้ขายสิ้นอายุ จะมีปัญหาในการโอนกับนายทะเบียนกรมการขนส่ง ต้องตามตัวคนขาย หาเอกสารใหม่ที่ไม่สิ้นอายุมาให้ได้ ถ้าเขาตายละ จะไปหาที่ไหน ขอเอกสารใหม่ไม่ได้ จะโอนไม่ได้ตามมา ยุ่งยากและหนักใจมาก
2.ในระหว่างที่ยังไม่ไปจดทะเบียนโอนที่สำนักงานขนส่ง หากคนที่เอาไปเกิดขับไปชนคนแล้วหนีไป หรือเอาไปขนยาบ้า ตำรวจเขาจะตรวจสอบทางทะเบียนว่าใครเป็นเจ้าของรถ ซึ่งยังมีชื่อคุณอยู่ เขาก็อาจจะต้องเชิญคุณไปให้ปากคำ หรือตั้งข้อหา .......ทำให้ยุ่งยาก กว่าจะพิสูจน์ตนเองว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง
3.หากเขาไม่ไปโอน มิหนำซ้ำไม่เคยไปต่อทะเบียนเสียภาษีเลย ดังนั้น ในทางเอกสารราชการจะถือว่า คุณเป็นคนค้างภาษีป้ายวงกลม
หวังว่าบทความนี้ จะช่วยให้ผู้อ่านทุกท่านเข้าใจการโอนรถไม่มาก ก็น้อยนะครับ และขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน ที่เข้ามาอ่านบทความของกระผมด้วยนะครับ อาจจะดูไม่เนียนเรียบสวยรู้ เพราะผมกำลังหัดใช้งาน Blog อยู่ แต่ในอนาคตผมจะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างแน่นอนครับ
สุดท้าย ขอขอบคุณ กรมการขนส่งทางบก ทั้งส่วนกลาง และภูมิภาค ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลมา ณ ที่นี้ ครับ

เผยแพร่เพิ่มโดย Asn Broker

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง Asn Broker Blog ,Asn Broker Blogspot , Asn Broker Exteen , Asn Broker Wikidot , Asn Broker on Wordpress , Asn Broker Journal Blog

ขอฝากกิจกรรม ไว้ด้วยนะครับ  เช็คเบี้ยฟรีวันนี้รับฟรี Voucher ส่วนลดคาร์แคร์

ดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ Asn Broker?Campaign

 

ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันชั้น1,โบรกเกอร์,ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส,ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส,ต่อประกันรถยนต์,broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ,ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์

 

ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันรถยนต์ ชั้น1, ชั้น2พลัส, 3พลัส พรบ. ต่อประกันรถยนต์ จากบริษัท ประกันภัยรถยนต์ ชั้นนำ โดย ASN Broker นายหน้าประกันรถยนต์ ออนไลน์อันดับ 1 ประกันภัยรถยนต์, ประกันรถยนต์ ,ประกันชั้น1, โบรกเกอร์, ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส, ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส, ต่อประกันรถยนต์, broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ, ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์

 


วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

หินกระเด็นใส่รถ เคลมประกัน ได้หรือไม่ : #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง

หินกระเด็นใส่รถ เคลมประกัน ได้หรือไม่ : #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง


แต่ละบริษัทมีเงื่อนไข ในการเคลมที่เเตกต่างกันในรายละเอียด

ถ้าเป็นประกันชั้น1 ของ MSIG จะเป็นดังนี้
1. หินกระเด็นใส่รถยนต์ ส่วนของกระจก เช่น กระจกหน้ารถ กระจกโคมไฟห้นา ไฟตัดหมอก ไม่ต้องเสียค่า access แต่เสียประวัติ
2. หินกระเด็นใส่รถยนต์ ส่วนอื่นๆ เช่น ฝากระโปรงหน้า กันชน กระจังหน้า ฯลฯ เสียค่า access เหตุการณ์ละ 1,000 บาท และเสียประวัติ

เพิ่มเติมอื่นๆ จากการรวบรวมข้อมูล
ประกันชั้น1 เคลมได้
กระจกโดนสะเก็ดหินไม่ว่ามากหรือน้อย เปลี่ยนทั้งบาน ไม่ซ่อม เพราะซ่อมมันก็ไม่เหมือนเดิม
แต่เปลี่ยนซีลซิลิโคนไม่ดีอาจมีเสียงลมเข้าหรือน้ำรั่ว เป็นที่สะสมของน้ำทำให้หลังคาบวมผุได้

เสีย access 1000  ถ้าไม่เสียมีกรณีเดียว ต้องมีคู่กรณี หรือทะเบียนรถของคันที่ทำหินกระเด็นใส่เรา แล้วมีรูปถ่ายหรือพยานชัดเจน
ตอนนี้ยังไงก็โดน1000บาท  ทำชั้นหนึ่งไม่ค่อยคุ้ม
คุ้ม กรณีเจอกับอุบัตเหตุใหญ่หรือร้ายแรง

ในหลายๆกรณีขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ บางกรณีต้องเสีย 1000 บาทแรกกรณ๊เป็นฝ่ายผิด
บางกรณี บอกคู่กรณีไม่ได้
บางกรณีเครมทั้งคันหลายจุดต้องเสียเคลมน้อยไม่เสีย
บางกรณีระบุผู้ขับขี่แล้วคนอื่นไปขับต้องจ่ายค่าผิดสัญญาแต่ซ่อมให้
บางกรณีก็ไม่เสีย ต้องโทรถามประกัน มันมีแบบถูกแบบแพง ถ้าเป็นประกันแถมมากับรถยิ่งน่ากลัวเพราะมันมีแบบชั้น 1 แต่ราคาถูกลงแบบมีเงื่อนไข  เดี๋ยวนี้มีแบบจ่ายพันบานแรกถ้าเคลมแล้วระบุคู่กรณีไม่ได้ หรือเป็นฝ่ายผิด  ต้องดูดีๆ ว่าเราซื้อแบบไหน ถ้าไม่เสีย 1000 บาทแรกเบี้ยจะแพงกว่า ต้องดูเขาแถมให้เราแบบไหน หรือเราไปเสียเบี้ยแบบไหน มันยุ่งจริงๆ เดี๋ยวนี้



เพิ่มเติม
ถ้าหินกระเด็นใส่เสียค่าเสียหายส่วนแรก 1000 บาท ต่อเหตุการณ์ 1 ครั้ง  ถ้าไม่อยากเสียให้เอารถไปชนเสา ชนรั้วอะไรก็ได้ให้ บุบ แตก หรือร้าว  จะไม่เสีย 1000 บาท  เพราะมันเป็นเงื่อนไขที่ออกโดยคปภ.

อ้างถึง ประกาศคำสั่ง คปภ.ที่ 22/2551
เรื่อง การปรับปรุงเงื่อนไขกรมธรรม์รถยนต์ที่เริ่มมีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552
หมวดการคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์
ข้อ 4. ความเสียหายส่วนแรก ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเองต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้งดังนี้
(ก) 1,000 บาทแรกของความเสียหายอันมิได้เกิดจากการชนหรือคว่ำ หรือกรณีที่เกิดจากการชนแต่ผู้เอาประกันภัยไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึง คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้
(ข) ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบตามข้อต่างๆดังกล่าวเกินกว่าหนึ่งข้อ ให้ถือว่าความรับผิดชอบแต่ละข้อเป็นความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น

การชน หมาย ถึง การที่รถยนต์ได้ปะทะ กระแทก โดนกันโดยแรง กับวัสดุอื่น ถึงขนาด บุบยุบ ยับย่น แยก แตกหัก ซึ่งจะมีร่องรอยความเสียหายอย่างชัดเจน.
การคว่ำ หมายถึง การที่รถยนต์ได้แฉลบเสียการทรงตัวถึงขนาดพลิกตะแคงหรือพลิกคว่ำกระแทกกับ พื้นดิน

ทั้งนี้การชนหรือคว่ำนั้นจะต้องมีความเสียหายที่ชัดเจนและสอด คล้องกับการแจ้งลักษณะการเกิดเหตุดังกล่าว

ตัวอย่างการเกิดเหตุที่ เรียกเก็บ และ ไม่เรียกเก็บ ค่าเสียหายส่วนแรก

กรณีไม่เก็บค่าเสียหาย ส่วนแรก (ชน,คว่ำ,มีคู่กรณี)
1. รถชนกับพาหนะอื่นและแจ้งรายละเอียดคู่กรณีได้ (มีคู่กรณี)
2. รถชนเสา/ชนประตู
3. รถชนต้นไม้ยืนต้น /ชนเสาไฟฟ้า
4. รถชนกำแพง
5. ชนคน
6. ชนสุนัข/ชนสัตว์
7. ชนฟุตบาธ
8. รถพลิกคว่ำ
9. รถชนราวสะพาน
10. รถชนกองดิน หรือชนหน้าผา
11. รถชนป้ายจราจร
12. รถชนทรัพย์สินอื่นใดที่ยึดแน่นตรึงตรากับพื้นดิน

กรณีเรียกเก็บค่าความเสีย หายส่วนแรก
1. รถถูกขีดข่วน/กลั่นแกล้ง
2. หินหรือวัสดุใดกระเด็นใส่
3. เฉี่ยวกิ่งไม้/สายไฟ/ลวดหนาม
4. รถตกหลุม / ครูดพื้นถนน
5. เหยียบตะปู / วัสดุมีคม /ยางฉีก
6. รถถูกละอองสี / หรือวัสดุใดหล่นมาโดน
7. กระจกรถแตก
8. ไถลตกข้างทางไม่พลิกคว่ำ
9. ถูกวัสดุในตัวรถกระแทกหรือกรีดโดน
10. ภัยธรรมชาติ / น้ำท่วม
11. รถถูกสัตว์กัดแทะหรือขีดข่วน
12. กรณีอื่นๆ แจ้งเหตุไม่ชัดเจน

เคลมประกัน

หมายเหตุ - ตามแนวทางปฎิบัตินี้ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ถ้ามีความชัดเจนจากคู่มือตีความของ คปภ.
-กรณีกรมธรรม์ของลูกค้ายังเป็นฉบับเดิม ให้ใช้เงื่อนไขการเก็บส่วนร่วมเหมือนเดิม (ปัจจุบันคงเป็นเงื่อนไขใหม่กันหมดทุกกรมธรรม์แล้ว)

ตาม กรมธรรม์ เสียตังส์ (กระจกหน้า)

ตาม ดุลยพินิจ

1. ถ้ามีรอยแตกชัดเจน ขับไปแล้วอาจเกิดอันตราย อาจไม่เสียตังส์ ขึ้นอยุ่กับ"ความเขี้ยว" ของบริษัทประกัน
2. แต่ถ้า กระเทาะ, บิ่น, ฯลฯ  ขับไปแล้ว ไม่สามารถก่อให้เกิด อันตรายได้ เก็บตังส์ ทุกบริษัท ครับ

ที่มา : cymiz.com/forum/index.php/topic,1414.0.html คุณ Cymiz
  

เผยแพร่เพิ่มโดย Asn Broker

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง Asn Broker Blog ,Asn Broker Blogspot , Asn Broker Exteen , Asn Broker Wikidot , Asn Broker on Wordpress , Asn Broker Journal Blog

ขอฝากกิจกรรม ไว้ด้วยนะครับ  เช็คเบี้ยฟรีวันนี้รับฟรี Voucher ส่วนลดคาร์แคร์

ดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ Asn Broker?Campaign

 

ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันชั้น1,โบรกเกอร์,ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส,ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส,ต่อประกันรถยนต์,broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ,ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์

 

ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันรถยนต์ ชั้น1, ชั้น2พลัส, 3พลัส พรบ. ต่อประกันรถยนต์ จากบริษัท ประกันภัยรถยนต์ ชั้นนำ โดย ASN Broker นายหน้าประกันรถยนต์ ออนไลน์อันดับ 1 ประกันภัยรถยนต์, ประกันรถยนต์ ,ประกันชั้น1, โบรกเกอร์, ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส, ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส, ต่อประกันรถยนต์, broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ, ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์

 


วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เตือนภัย! คลิปโจรแสบขโมยรถภายใน10นาที : #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ประกันภัยรถยนต์

เตือนภัย! คลิปโจรแสบขโมยรถภายใน10นาที : #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ประกันภัยรถยนต์

เตือนภัย! คลิปโจรแสบขโมยรถภายใน10นาที : #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ประกันภัยรถยนต์
สมาชิกหมายเลข 1108565 ของเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้โพสต์ข้อความพร้อมคลิปวีดีโอ ระบุ ได้ถูกโจรทุบกระจกรถยนต์ ขณะจอดไว้บริเวณหอพัก ภายในซอยลำลูกกา 11/4 ถนนลำลูกกา ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี   ทั้งที่มีการล็อคเบรค-ครัทซ์- สัญญาณกันขโมย  ก่อนจะขโมยรถยนต์ไปอย่างง่ายดายภายในเวลาไม่ถึง10นาที  โดยข้อความทั้งหมดมีดังต่อไปนี้

     รถของผม  Hilux Vigo Prerunner 4 ประตู(ทะเบียน ฆน 3458 กรุงเทพฯ) ซึ่งพี่ชายได้นำรถมาใช้ โดยนำไปจอดไว้ที่ หอพัก ทิศราพร เรสซิเด้นท์ ภายในซอยลำลูกกา 11/4 ถนนลำลูกกา ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี(จอดครั้งแรก) โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดของหอพักบันทึกภาพคนร้ายได้ตั้งแต่เริ่มดูลาดเรา จนกระทั่งทุบกระจกแล้ว เข้าไปภายในตัวรถ ซึ่งข้างในมีทั้งล็อคเบรก ล็อคครัท พร้อมทั้งสัญญาณกันขโมยที่มากับตัวรถ แต่คนร้ายใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีในการโจรกรรมจากนั้นก็ถอยรถออกไป คืนวันเกิดเหตุประมาณ ตี 02:40 ของวันที่ 30/6/2014 โดยพี่ชายผมได้นำรถไปจอดริมถนนข้างหอพัก  และกล้องวงจรปิดของหอพักก็จับเหตุการณ์ ได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ

     1. คนร้ายน้ำผ้าขนหนูมาวางบนกระจกรถด้านคนนั่งหลัง
     2. คนร้ายออกแรงกดบนผ้าที่วางบนกระจกรถ ประมาณ 2 ที กระจกรถแตก แล้วปีนเข้าไปในรถ
     3.คนร้ายเมื่อเข้าไปในรถได้ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีปลดล็อคทุกอย่าง แล้วขับหนีไป
     4.ก่อนที่จะลงมือคนร้ายนั่งรถกระบะสีดำ โดยไม่ได้มีการเตรียมการไว้ แต่เมื่อเจอรถเป้าหมายก็ขโมยได้ทันที อย่างรวดเร็ว จากนั้นเมื่อโจรกรรมรถได้ก็ขับตามกันไป ซึ่งรถที่นำมาส่งคนร้าย อาจจะเป็นรถที่ขโมยมาก็ได้

     หากใครทราบเบาะแส ช่วยแจ้ง ด้วยครับ รถผมผ่อนมาเหลืออีก 6 เดือนกำลังจะหมด ด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง จากการทำงานที่สุจริต
และใช้รถเอาไว้ทำมาหากิน (เบอร์โทรผม 0802881001 ,เบอร์เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภต.คูคต 0874786757)   

     ผมได้แนบ VDO Clip ที่คนร้ายขโมยรถผม ส่วน clip รถคนร้ายที่นั่งมาก่อเหตุ ผมจะพยายามแนบมาให้ครับ

 
 
     โดยเจ้าของกระทู้ ระบุจุดประสงค์ที่นำคลิปมาแชร์นั้น เป็นเพราะต้องการเตือนให้ทุกคนไม่ประมาท เนื่องจากคนร้าย มีความชำนาญมาก ทั้งที่มองเห็นว่ามีกล้องวงจรปิดอยู่และ มีไฟสว่าง แต่ก็ยังลงมือทำ แสดงว่ามีความมั่นใจมากว่าไม่มีใครตามจับได้   พร้อมกันนี้ เจ้าของกระทู้ยังโพสต์ภาพรถยนต์คันดังกล่าวเมื่อครั้งยังเป็นป้ายแดง



เผยแพร่เพิ่มโดย Asn Broker

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง Asn Broker Blog ,Asn Broker Blogspot , Asn Broker Exteen , Asn Broker Wikidot , Asn Broker on Wordpress , Asn Broker Journal Blog

ขอฝากกิจกรรม ไว้ด้วยนะครับ  เช็คเบี้ยฟรีวันนี้รับฟรี Voucher ส่วนลดคาร์แคร์

ดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ Asn Broker?Campaign

 

ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันชั้น1,โบรกเกอร์,ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส,ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส,ต่อประกันรถยนต์,broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ,ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์

 

ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันรถยนต์ ชั้น1, ชั้น2พลัส, 3พลัส พรบ. ต่อประกันรถยนต์ จากบริษัท ประกันภัยรถยนต์ ชั้นนำ โดย ASN Broker นายหน้าประกันรถยนต์ ออนไลน์อันดับ 1 ประกันภัยรถยนต์, ประกันรถยนต์ ,ประกันชั้น1, โบรกเกอร์, ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส, ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส, ต่อประกันรถยนต์, broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ, ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์

 


วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

รถหาย ประกันภัยต้องชดใช้เมื่อใด : #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ประกันภัยรถยนต์


รถหาย ประกันภัยต้องชดใช้เมื่อใด : #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ประกันภัยรถยนต์


ผู้เอาประกันภัยอาจสงสัยกันว่า หากเกิดรถประกันภัยสูญหาย บริษัทประกันภัยรถยนต์จะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายในเมื่อไร คปภ. มีการควบคุมบริษัทประกันภัยในเรื่องการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีรถหาย ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ถือว่าเป็นการประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน หรือประวิงการคืนเบี้ยประกันภัยของบริษัทประกันวินาศภัย ดังนี้
การกระทำหรือการปฏิบัติใดๆ ของบริษัทหากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาข้อหนึ่ง ข้อใดดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าบริษัทประกันวินาศภัยประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน
ประกันรถเก่ง
ในกรณีที่รถยนต์ที่เอาประกันภัยไว้สูญหาย และผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ได้เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยรถยนต์โดยได้ดำเนินการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์แล้ว และบริษัทไม่ดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้เสร็จสิ้นภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์
ในกรณีมีพฤติกรรมหรือเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดที่แสดงให้ปรากฏถึงความไม่สุจริตของผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ บริษัทได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์เพื่อดำเนินการทางคดีต่อไป และบริษัทได้แจ้งเหตุดังกล่าวให้กรมการประกันภัยทราบแล้ว แต่บริษัทไม่ดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่เกิดการสูญหาย เว้นแต่ได้มีการดำเนินคดีอาญากับผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์รายดังกล่าวอยู่
ประกันรถเก๋ง

กล่าวคือหากรถหาย บริษัทประกันภัยต้องจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับผลประโยชน์ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่พนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์ เว้นแต่มีเหตุอันควรสงสัยว่า การสูญหายนั้นเกิดขึ้นจากการทุจริตของผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ ต้องจ่ายค่าเงินค่าสินไหมทดแทนภายใน 45 วัน หากบริษัทประกันภัยไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทนภายในเวลาที่กำหนดนี้ คปภ.ถือว่าบริษัทประกันภัย ประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน คปภ.สามารถลงโทษบริษัทประกันภัยได้โดยทำการเพิกถอนใบอนุญาตบริษัทและเรียกเก็บค่าปรับได้
ดังนั้นผู้เอาประกันภัยที่เกิดเหตุรถหายสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ภายในอย่างช้าไม่เกิน 45 วัน บริษัทประกันภัยจะทำการจ่ายค่าสินไหมทดแทนล่าช้ากว่านี้กำหนดเวลานี้ไม่ได้

ขอขอบคุณข้อมูลโดย tqm.co.th/เกร็ดความรู้/รถหาย-ประกันภัยต้องชดใช้เมื่อใด?id=8041

เผยแพร่เพิ่มโดย Asn Broker

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง Asn Broker Blog ,Asn Broker Blogspot , Asn Broker Exteen , Asn Broker Wikidot , Asn Broker on Wordpress , Asn Broker Journal Blog

ขอฝากกิจกรรม ไว้ด้วยนะครับ  เช็คเบี้ยฟรีวันนี้รับฟรี Voucher ส่วนลดคาร์แคร์

ดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ Asn Broker?Campaign

 

ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันชั้น1,โบรกเกอร์,ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส,ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส,ต่อประกันรถยนต์,broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ,ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์

 

ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันรถยนต์ ชั้น1, ชั้น2พลัส, 3พลัส พรบ. ต่อประกันรถยนต์ จากบริษัท ประกันภัยรถยนต์ ชั้นนำ โดย ASN Broker นายหน้าประกันรถยนต์ ออนไลน์อันดับ 1 ประกันภัยรถยนต์, ประกันรถยนต์ ,ประกันชั้น1, โบรกเกอร์, ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส, ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส, ต่อประกันรถยนต์, broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ, ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์

 

การเคลม (ฟรี) ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ชนิดไม่มีคู่กรณี ทำยังไงย : #เคลมประกัน #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์

หลายครั้งที่คุณสาวๆ ทั้งหลายขับรถไปแล้วเกิดเฉี่ยวหรือชนเข้ากับวัตถุที่อยู่ริมถนนโดยไม่ตั้งใจ เช่น กระถาง กระบะปลูกต้นไม้หน้าบ้าน หรือแม้แต่กำแพง หรือเสารั้วตอนที่จะเลี้ยวเข้าบ้าน หรือบางทีก็โดนรถจักรยานยนต์เฉี่ยวเอาตัวอย่างสีแล้วหนีไปซะงั้น ไม่สามารถตามตัวได้ รู้ทั้งรู้อยู่ว่ารถเรามี ประกันภัยชั้น 1  แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะเคยได้ยินมาแต่ว่า การเคลมประกันเพื่อสั่งซ่อมนั้นต้องมีคู่กรณี ๒ ฝ่าย คือเรากับฝ่ายผู้ก่อเหตุ แต่คราวนี้เราเป็นผู้ก่อเหตุซะเองกับสิ่งไม่มีชีวิต หรือผู้ก่อเหตุหนีไปในกลีบถนนแล้วเนี่ย เราจะทำยังไงดี จะเคลมแบบไม่มีคู่กรณีได้มั้ย ขอเชิญติดตาม


การแจ้งบริษัทประกันภัย เพื่อขอเลขเคลมสั่งซ่อมแบบไม่มีคู่กรณีนั้น สามารถทำได้ และทำกันมาหลายแล้วด้วย พอๆ กับการแจ้งเคลมแบบมีคู่กรณีนั่นแหละ เพราะเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ทุกวันและทุกเวลา

ขั้นตอนการแจ้งเพื่อนำรถเข้าซ่อม
๑. แจ้งไปที่ศูนย์บริการที่เราซื้อรถคันนี้มาว่า เราจะนำรถเข้าซ่อม โดนอะไรก็แจ้งเขาไป แล้วทางศูนย์บริการก็จะบอกให้เราไปแจ้งบริษัทประกันภัยเพื่อขอเลขเคลม

๒. ไปที่บริษัทประกันภัยที่เราได้ทำไว้ แล้วแจ้งทางบริษัทว่าจะขอเลขเคลมเพื่อจะนำรถเข้าซ่อม ทางบริษัทประกันภัยจะให้เขียนรายละเอียดของการเกิดอุบัติเหตุ ทริคการแจ้งรายละเอียดของการเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี

-แจ้ง วัน เวลาของการเกิดอุบัติเหตุให้ใกล้วันที่แจ้งเคลมให้มากที่สุด เช่น แจ้งเคลม ๖ พ.ย. ก็แจ้งวันที่เกิดเหตุว่า เกิดเหตุวันที่ ๕ พ.ย. เป็นต้น หรือถ้าไปแจ้งตอนบ่าย ก็แจ้งในใบแจ้งรายละเอียดว่าเกิดเหตุตอนเช้าวันที่แจ้งไปเลย เพราะถ้าแจ้งวัน เวลาตามความเป็นจริง บริษัทอาจจะหัวหมอโดยอ้างว่าเกิดเหตุนานมาแล้วไม่รีบแจ้ง อาจจะยึกยักให้เราปวดเศียรเวียนเกล้าได้

-แจ้งการเกิดเหตุโดยแจ้งว่าได้ ชนหรือเฉี่ยวกับสิ่งไม่มีชีวิต เช่น กระถาง กำแพง เสารั้ว แต่ต้องให้ดูสมจริงด้วย ไม่ใช่ว่าแผลอยู่ตรงกับแนวไฟท้าย แต่แจ้งว่าชนกระถาง ใครๆ ก็รู้ว่าไม่ใช่ แบบนี้ก็อาจโดนเล่นแง่ได้เหมือนกัน เรื่องแจ้งว่าชนกับอะไรนั้น ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร เพราะเราก็รู้อยู่แล้วว่าเราขับไปชนอะไรมา แต่ในกรณีชนแล้วหนีเนี่ย ต้องแต่งเรื่องนิดหน่อย โดยอย่าบอกว่าโดนชนแล้วหนีเด็ดขาด เพราะอาจจะโดนเล่นแง่ให้ไปตามคู่กรณีได้ ดังนั้นถ้าให้ชัวร์ แจ้งว่าชนกับสิ่งไม่มีชีวิตดีที่สุดครับ

-สามารถแจ้งขอเลขเคลมได้ทั้งคัน ไม่ว่าจชนมานานแค่ไหน แต่อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า ให้แจ้งวัน เวลาที่เกิดเหตุให้ใกล้วันแจ้งให้มากที่สุดจะดีที่สุด ถ้ามีหลายแผลหลายรอยก็ต้องคิดกันหน่อยตรงนี้

#เคลมประกัน #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง

๓. ทางบริษัทประกันภัยอาจะขอดูรถเรา ก็ให้เขาดูไป แต่ถ้าไม่ได้เอารถมาด้วย ก็สามารถนัดวันให้บริษัทมาดูได้ แต่ถ้าเขาไม่พูดถึงเราก็ไม่ต้องถาม

๔. เมื่อได้เลขเคลมมาแล้วก็แล้วแต่เราล่ะว่าจะนำรถเข้าซ่อมเมื่อไร ไม่จำเป็นว่าได้เลขเคลมมาแล้วต้องนำรถเข้าซ่อมทันที แต่ใบเคลมนี้มีอายุประมาณ ๑ ปี 

๕.เมื่อจะนำรถเข้าซ่อมก็นำรถไปที่ศูนย์ บริการที่เราซื้อรถมาพร้อมนำใบเคลมติดไปด้วย ยื่นใบเคลมให้ พร้อมเซ็นชื่อสั่งซ่อม ทางศูนย์บริการจะนัดวันมารับรถ หรือหากว่าเป็นการซ่อมไมไหญ่ เช่น โดนทุบกระจก บริษัทประกันจะแนะนำอู่ให้เราถือใบเคลมไปเปลี่ยนเอง แบบนี้เราก็สามารถรอรถได้เลย

--หากชื่อเจ้าของรถไม่ตรงกับชื่อคนแจ้งเคลม ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะคนที่มีพลขับส่วนใหญ่ก็จะให้พลขับเป็นคนเซ็นใบเคลม แต่ถ้าบริษัทยึกยักเล่นแง่หัวหมอ ก็อธิบายไปตามความจริง เช่น ชื่อสามี แต่เราเป็นคนใช้รถ หรือบอกว่า เราเป็นภรรยาของเจ้าของรถ ถ้ายังเรื่องมากอีกก็ใช้ไม้ตายขุ่ว่าจะถอนประกันภัยแล้วจะไปทำประกันภัยกับ บริษัทอื่น รับรองรายไหนรายนั้น ยอมทำให้แน่นอน

ปล.ที่บอกว่าเพื่อคุณสุภาพสตรีเพราะคิดว่าคุณผู้ชายคงทราบดีอยู่แล้ว

ขอขอบคุณข้อมูลโดย tqm.co.th/เกร็ดความรู้/การเคลมประกันภัยรถยนต์ชั้น-๑-ชนิดไม่มีคู่กรณี-แบบฟรี

เผยแพร่เพิ่มโดย Asn Broker

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง Asn Broker Blog ,Asn Broker Blogspot , Asn Broker Exteen , Asn Broker Wikidot , Asn Broker on Wordpress , Asn Broker Journal Blog

ขอฝากกิจกรรม ไว้ด้วยนะครับ  เช็คเบี้ยฟรีวันนี้รับฟรี Voucher ส่วนลดคาร์แคร์

ดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ Asn Broker?Campaign

 

ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันชั้น1,โบรกเกอร์,ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส,ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส,ต่อประกันรถยนต์,broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ,ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์

 

ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันรถยนต์ ชั้น1, ชั้น2พลัส, 3พลัส พรบ. ต่อประกันรถยนต์ จากบริษัท ประกันภัยรถยนต์ ชั้นนำ โดย ASN Broker นายหน้าประกันรถยนต์ ออนไลน์อันดับ 1 ประกันภัยรถยนต์, ประกันรถยนต์ ,ประกันชั้น1, โบรกเกอร์, ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส, ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส, ต่อประกันรถยนต์, broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ, ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์

 


วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ขับรถชนแล้วต้องไม่เสียเปรียบ ทำยังไงย?! : #ประกันภัยรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์

ทำยังไงย?! ขับรถชนแล้วต้องไม่เสียเปรียบ : #ประกันภัยรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์

คดีที่ปวดหัวเรื่องหนึ่งคือคดีรถชนหรือโดนกัน  ปวดหัวทั้งคนขับคู่กรณีและพนักงานสอบสวน  ใครมีเส้นมีสาย  เส้นเล็กเส้นใหญ่ขนมาใช้กัน
พวกที่ไม่มีเส้นไม่ค่อยรู้จักตำรวจชั้นผู้ใหญ่ก็ต้องขวนขวาย  เป็นเรื่องที่ผมถูกปลุกตอนดึกๆอยู่เสมอ  จะบอกเคล็ด(ไม่ลับ)ให้ตามหัวข้อเรื่อง
“ขับรถชนแล้วต้องไม่เสียเปรียบ”  ผู้ที่ใช้รถใช้ถนน  ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่หรือคนเดินเท้าควรทราบ  ไม่ได้สอนให้หัวหมอหรือเอาเปรียบคู่กรณี 
แต่คุณควรจะรู้กฏเกณฑ์กติกาที่ตำรวจหรือพนักงานสอบสวน, พนักงานอัยการ,ศาล,ทนายความหรือพนักงานเคลมของบริษัทประกันภัยเขาใช้กัน  
กฏหมายฉบับเดียวคือพระราชบัญญัติการจราจรทางบกซึ่งมีอยู่แค่ร้อยกว่ามาตรา   ผู้ทำหน้าที่สอบสวนและพิพากษาคดีใช้กฏหมายเล่มนี้เป็นคัมภีร์  
แต่ผู้ใช้รถใช้ถนนไม่ทราบว่าได้ศึกษากฏหมายฉบับนี้บ้างหรือไม่   บางคนไม่เคยอ่านเลยแต่สอบใบอนุญาตขับขี่ผ่าน   คนรุ่นเก่าใช้เส้นสาย
ทำใบอนุญาตขับขี่โดยไม่ได้สอบ   บางคนอ่านเพียงแค่ผ่านตาไปเที่ยวเดียว   ฉะนั้นเคล็ดลับของการ “ขับรถชนแล้วต้องไม่เสียเปรียบ”คือ 
ให้ท่านไปหาซื้อ พ.ร.บ.จราจรทางบกมาอ่านทำความเข้าใจอย่างน้อย ๒ เที่ยวต่อเดือน   อ่านทุกเดือนนะครับไม่เช่นนั้นลืม   ตำรวจหรือพนักงาน
สอบสวนเขาต้องเปิดดูบ่อยเพราะมีคดีรถชนหรือโดนกันทุกวัน
ทบทวนความรู้เดิมกันสักหน่อยนะครับ  เริ่มตั้งแต่คำจำกัดความ   ท่านคงเข้าใจแล้วนะว่า  ทางร่วมทางแยก  ที่คับขัน  เขตปลอดภัย 
ช่องเดินรถ  เส้นห้ามเปลี่ยนช่องเดินรถ  เส้นแนวหยุด  เส้นให้ทาง  เส้นทางข้าม  เส้นทะแยงห้ามหยุดรถ  เส้นชลอความเร็ว ฯลฯมี
ความหมายเช่นไร  และท่านจะต้องปฏิบัติเช่นไรจึงจะถูกต้อง  ถ้าไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติผิดเพี้ยนไปเป็นอย่างอื่นก็คือผิด  เมื่อท่าน
ไม่ปฏิบัติตามกฏจราจรแล้วถือว่าท่านประมาทปราศจากความระมัดระวัง  นั่นก็คือถูกตัดสินให้เป็นฝ่ายผิด   ส่วนมากตำรวจหรือ
พนักงานสอบสวนจะชี้เบื้องต้นให้คู่กรณีทราบก่อนว่า  “คุณเสียเปรียบคู่กรณี”(ที่จะชี้ว่าได้เปรียบคู่กรณีไม่เคยมี ) และมักจะไม่ชี้ชัด
ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่า  คุณเป็นฝ่ายถูกหรือเป็นฝ่ายผิด  ภาษานักเลงเรียกว่า “แทงกั๊ก” มันมีเหตุผลหลายอย่างครับ
นอกจากนี้แล้วยังมีลักษณะสำคัญของกฏหมายฉบับนี้ที่ท่านต้องแม่น   คือเรื่องการใช้ทางเดินรถ  ตั้งแต่การขับรถ   การขับแซงและ
ผ่านขึ้นหน้า   การออกรถ  การเลี้ยวรถ  การกลับรถ  การหยุด  การจอด  การใช้ความเร็ว  การปฏิบัติตามสัญญาณและเครื่องหมาย
จราจร   กฏหมายเขียนไว้ละเอียดยิบ   ผมยังงงว่าคดีรถชนเกิดขึ้นได้อย่างไรในเมื่อกฏหมายกำหนดไว้ชัดเจนให้ทำอย่างนั้นให้ทำ
อย่างนี้   ถ้าทุกคนปฏิบัติตามกฏแล้วไม่มีทางที่รถจะโดนกันได้เลย   ยกตัวอย่างเช่นการขับขี่รถจะต้องขับขี่ในช่องทางเดินรถ   ถนน
บางเส้นทางตีช่องทางไว้ให้ขนาดกว้างช่องละประมาณ ๒ เมตรครึ่ง   ขนาดของรถยนต์ปกติกว้างที่สุดประมาณ ๑ เมตร ๘๐ เซ็นต์  
กฏหมายห้ามขับขี่รถคร่อมเส้นแบ่งช่องทาง   เส้นทางใดที่ไม่มีเส้นแบ่งช่องทางเดินรถก็ให้ถือแนวกึ่งกลางถนนเป็นแนวเส้นแบ่ง   
การขับรถตามกันให้เว้นระยะห่างพอสมควรพอที่ผู้ขับขี่รถคันหลังจะหยุดรถได้ทันเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นกับรถที่ขับขี่อยู่ข้างหน้า (มีบัญญัต
ไว้ใน ม.๔๐)   เรื่องการเว้นระยะห่างนี้ศาลฎีกาเคยพิพากษาเป็นบันทัดฐานว่าอย่างน้อย ๑๕ เมตร  และถ้าหากรถมีความเร็วต้องเว้น
ระยะห่างมากยิ่งขึ้น   ความเร็วของรถยนต์ในเมืองสูงสุดได้ไม่เกิน  ๙๐ กม./ชม. และเมื่อขับขี่เข้าเขตเทศบาล  หรือผ่านทางแยกต้อง
ลดความเร็วลงครึ่งหนึ่ง    ถ้าทุกคนปฏิบัติตามกฏแล้วไม่มีทางที่รถจะโดนกันได้เลยเว้นแต่คุณจงใจจะขับชน

สถิติคนตายเพราะอุบัติเหตุจราจรของประเทศไทยทั้งประเทศ  ในยามปกติจะเสียชีวิตชั่วโมงละ ๑ คนครึ่ง   ถ้าในช่วงเทศกาลเสีย
ชีวิตชั่วโมงละ ๓ คน (เป็นตัวเลขถัวเฉลี่ย) จะเห็นว่าคนตายเพราะอุบัติเหตุรถชนหรือโดนกันมากว่าในการสู้รบหรือทำสงครามและ
มากกว่าโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายทั้งปวง

เมื่อถึงเทศกาลครั้งหนึ่งๆ  เช่นวันสงกรานต์  วันขึ้นปีใหม่  มีผู้คนใช้รถใช้ถนนกันมาก    อุบัติเหตุเกิดขึ้นสูงตามไปด้วย   รัฐบาล
รณรงค์ขับขี่ปลอดภัยโดยวัดกันที่จำนวนคนตาย   สมัยที่ผมยังมีหน้าที่อยู่ (ตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจทางหลวง)  เคยเข้าร่วม
ประชุม   ผมพยายามคัดค้านตลอดว่า  จะวัดกันที่จำนวนคนเจ็บคนตายไม่ได้  มันต้องวัดกันที่จำนวนครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ   เรื่องการ
เจ็บการตายเป็นเรื่องประสิทธิภาพของการแพทย์และหน่วยกู้ภัย   ยกตัวอย่างคนขับรถโดยสารขับรถหลับในพาผู้โดยสารจำนวน ๔๐
คนลงเหวข้างทาง  ผู้โดยสารและผู้ขับขี่ตายหมด   อย่างนี้จะถือว่าผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องควบคุมจัดการจราจรบกพร่องทำให้มีผู้เสีย
ชีวิตจากการจราจรตั้ง ๔๑ คนไม่ได้ 

ประกันภัยรถยนต์-ต่อประกันรถยนต์-ประกันรถเก๋ง

 


เพราะอุบัติเหตุเกิดจากผู้ขับขี่ประมาทเพียงคนเดียวรายเดียว  ผมก็ไม่รู่ว่ารัฐบาลเขาคิดกันยังไง
สาเหตุใหญ่ๆที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนหรือโดนกัน
ขับขี่รถใช้ความเร็วเกินกฏหมายกำหนด
เลี้ยวรถตัดหน้ารถอื่นในระยะกระชั้นชิด
เปลี่ยนช่องทางเดินรถ  หยุดรถ  เลี้ยวรถโดยไม่ให้สัญญาณก่อนล่วงหน้า
ขับขี่รถในขณะที่ร่างกายหย่อนความสามารถในการขับขี่  เช่นหลับในรวมทั้งขับรถ
ในขณะมึนเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นด้วย
และท่านได้โปรดทราบไว้ด้วย
- กรณีเลี้ยวรถทางขวาหรือกลับรถ   ห้ามกระทำเมื่อมีรถสวนทางมาในระยะห่างน้อยกว่า ๑๐๐ เมตร(มาตรา ๕๒)
- ผู้ขับขี่รถต้องให้สัญญาณก่อนที่จะเลี้ยวรถ  เปลี่ยนช่องเดินรถ  จอดรถหรือหยุดรถ  ในระยะทางไม่น้อยกว่า ๓๐ เมตร (มาตรา ๓๖)
- การขับขี่รถขึ้นหน้ารถอื่นหรือแซงรถ  ต้องแซงทางด้านขวา  เว้นในกรณีที่รถที่ถูกแซงกำลังจะเลี้ยวขวา  หรือเป็นถนนที่แบ่งช่องทางเดิน
รถในทิศทางเดียวกันตั้งแต่สองช่องขึ้นไป (มาตรา ๔๕)
- การขับขี่แซงขึ้นหน้ารถอื่นในทางเดินรถซึ่งมิได้แบ่งช่องเดินรถไว้   ต้องให้สัญญาณโดยกระพริบไฟหน้าหลายๆครั้ง  หรือให้สัญญาณไฟ
เลี้ยวขวา  เมื่อเห็นว่าไม่เป็นการกีดขวางและทำได้อย่างปลอดภัยจึงจะแซงขึ้นหน้าได้ (มาตรา ๔๔)  ผู้ขับขี่รถแซงขึ้นหน้ารถอื่นเป็นฝ่ายที่จะ
ต้องใช้ความระมัดระวัง
- ผู้ขับขี่รถคันที่จะถูกแชง  เมื่อจะให้รถอื่นแซงขึ้นหน้า  ต้องให้ไฟสัญญาณกระพริบเหลืองอำพันที่ติดอยู่ท้ายรถด้านซ้ายหรือไฟเลี้ยวซ้าย 
(กรณีแซงด้านซ้ายเป็นเรื่องห้ามแซงตามที่ได้กล่าวไปแล้ว)  ข้อนี้เป็นเรื่องของมรรยาทการขับขี่รถ (มาตรา ๓๘อนุ ๓)
- กรณีห้ามแซงเด็ดขาด  เมื่อรถกำลังขึ้นทางชัน  ขึ้นสะพาน  อยู่ในทางโค้ง(เว้นแต่จะมีเครื่องหมายให้แซงได้)    ภายในระยะ ๓๐ เมตร
ก่อนถึงทางข้าม  ทางร่วม  ทางแยก  วงเวียน  ทางเดินรถที่ตัดกับทางรถไฟ  เมื่อมีหมอก  ฝน  ฝุ่นหรือควันทำให้ไม่อาจมองเห็นทางข้าง
หน้าได้ในระยะ ๖๐ เมตร  เมื่อเข้าที่คับขันหรือเขตปลอดภัย (มาตรา ๔๕)
- ในทางเดินรถ  ให้ถือเป็นหน้าที่ของผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้ชนหรือโดนคนเดินเท้า (มาตรา ๓๒ กฏหมายบังคับให้คนขับรถต้อง
ระมัดระวังคนเดินเท้า)
- แต่ในกรณีที่ผู้ขับขี่รถ  ชนหือโดนคนเดินเท้าที่ข้ามถนนทางนอกทางข้าม (เมื่ออยู่ในเขตที่บังคับให้ต้องข้ามในทางข้าม)  หรือลอด  หรือ
ผ่านสิ่งปิดกั้นห้ามข้ามทาง   ถ้าพนักงานสอบสวนเห็นว่าผู้ขับขี่ได้ใช้ความระมัดระวังเพียงพอแล้ว  มีอำนาจปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องมีหลัก
ประกันได้ (มาตรา ๑๔๕)

ประกันภัยรถยนต์-ต่อประกันรถยนต์-ประกันรถเก๋ง

 


โปรดสำรวจตนเองว่าท่านแม่นกฏหมายจราจรเพียงใด  แล้วท่านปฏิบัติตามด้วยหรือไม่  ถ้าท่านยังไม่ทราบต้องรีบหาซื้อ
กฏหมายจราจรมาอ่าน  มิฉะนั้นเมื่อตำรวจหรือพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนท่านจะพูดอะไรที่มันเข้าตัว    เท่ากับ
สารภาพผิดไปโดยปริยาย   อย่าลืมนะครับ   อ่านกฏหมายจราจรเดือนละ ๒ เที่ยวทุกเดือน   ขับรถชนเมื่อใดรับรองท่านได้
เปรียบ.

 

ขอขอบคุณข้อมูลโดย http://angkul007.wordpress.com/2007/06/18/ขับรถชนไม่ต้องเสีย/

เผยแพร่เพิ่มโดย Asn Broker

ขอฝากกิจกรรม ไว้ด้วยนะครับ  เช็คเบี้ยฟรีวันนี้รับฟรี Voucher ส่วนลดคาร์แคร์

ดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ Asn Broker?Campaign

ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันรถยนต์ ชั้น1, ชั้น2พลัส, 3พลัส พรบ. ต่อประกันรถยนต์ จากบริษัท ประกันภัยรถยนต์ ชั้นนำ โดย ASN Broker นายหน้าประกันรถยนต์ ออนไลน์อันดับ 1 ประกันภัยรถยนต์, ประกันรถยนต์ ,ประกันชั้น1, โบรกเกอร์, ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส, ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส, ต่อประกันรถยนต์, broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ, ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์